จากการสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของที่ดิน โดยการโพสต์สอบถามในกลุ่มผู้ที่ซื้อที่ดินไว้ลงทุน แต่ไม่ได้เข้าไปดูแลอย่างสม่ำเสมอ พบว่าปัญหาหลักที่หลายคนกังวลมีอยู่หลายประเด็น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กับผู้ถือครองที่ดินจำนวนมาก โดยสามารถสรุปได้ดังนี้
1. ปัญหาหญ้าขึ้นรกและค่าใช้จ่ายในการดูแล
เจ้าของที่ดินหลายรายต้องเผชิญกับปัญหาหญ้าและวัชพืชขึ้นรก เนื่องจากไม่ได้เข้าไปดูแลพื้นที่บ่อย ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตัดหญ้าเป็นระยะ ทั้งที่ที่ดินยังไม่ได้สร้างรายได้ใด ๆ กลับมา
แนวทางแก้ปัญหาที่มีผู้แนะนำคือ การปล่อยเช่าพื้นที่ฃให้เกษตรกรในพื้นที่ใช้ปลูกพืชระยะสั้น หรือให้แรงงานไทยใหญ่เช่าเพื่อปลูกกระต๊อปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากจะช่วยให้พื้นที่ไม่รกร้างแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแล และทำให้ที่ดินมีการใช้งานจริงอยู่ตลอด

2. ปัญหาภาษีที่ดิน โดยเฉพาะที่ดินว่างเปล่า
ภายใต้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากเป็นที่ดินประเภท “ที่ดินว่างเปล่า” จะมีอัตราภาษีสูงกว่าที่ดินที่ใช้ทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัย ทำให้เจ้าของที่ดินบางรายรู้สึกว่าการถือที่ดินไว้เฉย ๆ ไม่คุ้มค่า
มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจจากผู้ถือครองที่ดินบางท่าน คือการติดป้ายหน้าที่ดินว่า “ให้เช่าทำการเกษตร” และเปิดโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่เช่าทำกิน โดยทำ สัญญาเช่าระยะสั้นปีต่อปี วิธีนี้ช่วยให้ที่ดินถูกใช้ประโยชน์ทางการเกษตรจริง ลดภาระภาษีในบางกรณี และยังช่วยป้องกันปัญหาการครอบครองปรปักษ์ เพราะมีสัญญาเช่าเป็นหลักฐานชัดเจนว่าผู้ใช้พื้นที่เป็นผู้เช่า ไม่ใช่ผู้ครอบครอง

3. ปัญหาผู้บุกรุกหรือการรุกล้ำพื้นที่
เจ้าของที่ดินบางรายพบปัญหาหมุดที่ดินถูกย้าย รั้วเสาปูนหาย หรือมีผู้เข้ามาเพาะปลูกล้ำเข้าในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมักเกิดกับที่ดินที่ไม่มีคนเข้าไปดูแลเป็นเวลานาน
แนวทางป้องกันที่หลายคนใช้คือ การทำรั้วลวดหนามหรือรั้วชั่วคราวรอบพื้นที่ ติดตั้งประตูล็อก และติดป้ายระบุว่าเป็น ที่ดินส่วนบุคคล รวมถึงควรตรวจสอบหมุดหลักเขตเป็นระยะ หากพบว่าหลักเขตหายหรือถูกย้าย ควรติดต่อสำนักงานที่ดินเพื่อดำเนินการรังวัดใหม่ให้ถูกต้อง
อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้คือ การให้คนในพื้นที่เช่าหรือดูแลที่ดินแทน เพราะพื้นที่ที่มีการใช้งานอยู่สม่ำเสมอมักจะมีปัญหาการบุกรุกน้อยกว่าที่ดินรกร้าง
4. ปัญหาการนำขยะมาทิ้งในพื้นที่
อีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือมีคนนำขยะมาทิ้งในที่ดินว่าง บางรายพยายามแก้ไขโดยติดป้าย “ห้ามทิ้งขยะ” แต่ก็มีผู้แชร์ประสบการณ์ว่าบางครั้งป้ายถูกถอดออก หรือไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้
แนวทางที่ได้ผลมากขึ้นคือ การทำรั้วหรือคูน้ำรอบพื้นที่เพื่อจำกัดการเข้าถึง ติดตั้งป้ายที่ระบุชัดว่าเป็น ทรัพย์สินส่วนบุคคล และในบางกรณีอาจติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือแจ้งผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้ช่วยสอดส่อง
โดยสรุปแล้ว ปัญหาของการถือครองที่ดินว่างเปล่าส่วนใหญ่เกิดจาก การปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งาน วิธีแก้คือ พยายามทำให้ที่ดินมี “กิจกรรม” เกิดขึ้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่าทำเกษตร การให้คนในพื้นที่ดูแล หรือการพัฒนาพื้นที่บางส่วน
เมื่อที่ดินมีการใช้งานจริง ไม่เพียงช่วยลดปัญหาหญ้ารก การบุกรุก หรือการทิ้งขยะเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษามูลค่าของที่ดิน และอาจสร้างรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างที่เจ้าของรอจังหวะพัฒนาหรือขายในอนาคตได้อีกด้วย.